2009/Sep/16

       จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ สํานักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และเทศบาลนครสมุทรสาคร กําหนดจัดงาน “เทศกาลปลาสลิดแดดเดียว...ท่องเที่ยวมหาชัย” ประจําปี 2552 ขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2552 ณ บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
       
       นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสํานักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครเป็นแหล่งผลิตปลาสลิดสดมากที่สุดของประเทศ เนื่องจากมีเกษตรกรนิยมเลี้ยงปลาสลิดกว่า 1,200 ราย เนื้อที่รวม 25,000 ไรผลผลิตปีละประมาณ 12,500 ตัน จึงกําหนดจัดงาน “เทศกาลปลาสลิดแดดเดียว...ท่องเที่ยวมหาชัย” เพื่อให้เกษตรกรสามารถแปรรูปและจําหน่ายผลิตภัณฑ์ไดด้วยตัวเอง และประชาสัมพันธ์ปลาสลิดแดดเดียวมหาชัยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยกิจกรรมภายในงานจะมีการประกวดผลิตภัณฑ์ปลาสลิดและปลาสลิดใหญการแสดงและ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาสลิด สินค้าเกษตรปลอดสารพิษ สินค้า OTOP การประกวดธิดาปลาสลิดและการแสดงดนตรี ซึ่งหากนักท่องเที่ยวมาร่วมงานก็จะทราบไดว่าปลาสลิดของสมุทรสาครก็อร่อยเช่น กัน นอกจากนี้ยังสามารถแวะท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อีก เช่น ศาลพันท้ายนรสิงห์ วัดสุทธิวาตวราราม วัดโกรกกราก หมูบ้านเบญจรงคดอนไก่ดี เป็นต้น
       
       ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สํานักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร โทร. 0 3441 1846 ,0 3483 7371 หรือ ททท. สํานักงานสมุทรสงคราม โทร.0 3475 2847-8 หรือ Call Center 1672 เบอร์เดียว เที่ยวทั่วไทย

2009/Sep/16

       อบเชย หรือซินนามอน (Cinnamon) เป็นเครื่องเทศที่คนไทยอาจไม่คุ้นเคยนัก เพราะอาหารไทยส่วนใหญ่มักไม่ใช้อบเชยมาประกอบอาหาร จะมีบ้างก็เช่นในไข่พะโล้ หรือการตุ๋นเนื้อสัตว์ หรือบางทีก็ใช้ในประโยชน์อื่นๆ เช่นชงกับน้ำเป็นยาบำรุง หรือเป็นส่วนประกอบของยาดม แต่อบเชยนั้นจะถูกใช้บ่อยในอาหารหรือขนมหวานของชาวตะวันตก เช่น ซินนามอนโรล หรือใช้โรยหน้ากาแฟ เป็นต้น
       
       อบเชยเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ซึ่งส่วนที่เรานำมาใช้นั้นก็คือเปลือกลำต้นนั่นเอง โดยอบเชยถูกใช้เพื่อให้กลิ่นหอมในราชสำนักอียิปต์มากว่า 3,500 ปีแล้ว และไม่เพียงแต่ให้กลิ่นหอม แต่อบเชยยังมีประโยชน์อย่างการแก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง ขับลม ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง ขับปัสสาวะ ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำย่อยที่ใช้ในการย่อยไขมัน แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ มีสารต้านแบคทีเรีย และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานได้อีกด้วย

2009/Sep/16

เก่าขรึม อีกหนึ่งเสน่ห์ของชิโน-โปรตุกีส
       “ภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามัน
       
       หากพูดถึงการท่องเที่ยวในเมืองนี้ มายาคติเรื่องงบประมาณการท่องเที่ยวที่“สูงเกิน”สำหรับคนไทยๆธรรมดาทั่วไปคงจะผุดขึ้นมาในมโนภาพของใครหลายๆคน
       
       นั่นถือเป็นปัญหาเรื่องราคาที่ทำให้หลายคนไม่กล้าไปเที่ยวภูเก็ต ด้วยเหตุนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภูเก็ต จึงมีไอเดียพยายามผลักดันโครงการ “เที่ยวภูเก็ตไม่แพงอย่างที่คิด” เพื่อบอกให้คนไทยทั่วไปรู้ว่า ในภูเก็ตยังมีที่พัก โรงแรม ที่กิน ร้านอาหาร สปา-นวด สถานบันเทิง ราคาคนไทย(แน่นอนว่าย่อมไม่หรูเริ่ดเท่าราคาในระดับไฮท์เอนด์) ให้เลือกกิน เลือกพัก เลือกเที่ยว เลือกผ่อนคลาย สามารถตอบโจทย์ขอนักท่องเที่ยวไทยทั่วๆไปได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าต้องสืบค้นหาข้อมูลกันหน่อย ซึ่งผู้สนใจก็สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวแบบคนไทยได้ที่ ททท. สำนักงานภูเก็ต เจ้าของไอเดีย
       
       นอกจากเรื่องราคาแล้ว ภูเก็ตยังติดภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ยากจะลบเลือน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวบนบกหลายๆแห่งกลายเป็นลูกเมียน้อยไป ทั้งๆที่ถือว่ามีดีพอตัวอยู่เหมือนกัน
       
       เรื่องนี้ทำให้ทางจังหวัดภูเก็ตต้องใช้กลยุทธ์ ผนวกการเที่ยวบนบกเป็นกิจกรรมเสริมสอดแทรกร่วมกับกิจกรรมท่องเที่ยวหลักทาง ทะเล เพื่อให้คนทั่วไปรู้ว่า ภูเก็ตยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อย่าง วัดวาอาราม วิถีชีวิตวัฒนธรรม ธรรมชาติป่าเขาน้ำตก พิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะกับย่าน“เมืองเก่า”ภูเก็ตที่มีอาคารสไตล์“ชิโน-โปรตุกีส”อันโดดเด่นนั้น ถือว่ามาแรงไม่น้อยเลย

ตึกแถวบ้านพักอดีตนายเหมืองเก่า
       เมืองเก่าภูเก็ต อดีตอันไฉไล
       

       เมืองเก่าภูเก็ต เคยเป็นชุมชนเล็กๆที่มีชาวโปรตุเกสและฮอลันดาเข้ามาทำการซื้อขายแร่ดีบุก ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยปลายรัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2391-2411) หลวงพิทักษ์ทวีป(ทัด) เจ้าเมืองภูเก็ตเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ที่เรียกว่า “ทุ่งคา”มีแร่ดีบุกมากจึงย้ายตัวเมืองจากบ้านเก็ตโฮ่(อ.กระทู้ในปัจจุบัน)มา ตั้งเมือง(ใหม่)ที่ “ทุ่งคา” ซึ่งก็คือพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ตในปัจจุบัน
       
       เมืองภูเก็ต(ทุ่งคา)เจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงที่ “พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี” (คอซิมบี้ ณ ระนอง)มาเป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต (พ.ศ.2444-2456) มีการสร้างถนน วางผังเมืองใหม่ สร้างตึกรามบ้านเรือนขึ้นมาใหม่โดยนำลักษณะของสถาปัตยกรรม ”ชิโน-โปรตุกีส” ที่เฟื่องฟูมากในปีนังเข้ามาสร้างในภูเก็ต

ลวดลายประดับทรงเสน่ห์ของอาคารชิโน-โปรตุกีส
       จากนั้นสถาปัตยกรรม”ชิโน-โปรตุกีส”ภูเก็ต ได้บ่มเพาะพัฒนาสั่งสมคุณค่าจากอดีตสู่ปัจจุบัน กลายเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ทรงคุณค่า จนได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสที่สวยที่สุดในเมืองไทย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามการใช้งาน คือ
       
       “อาคารสาธารณะ” อาทิ อาคารราชการ สมาคม โรงเรียน ส่วนใหญ่สร้างในสมัยที่พระยารัษฎาฯ มีลักษณะเด่น เป็นอาคารก่ออิฐ ถือปูน ผนังหนา มีลวดลายตกแต่งปูนปั้นสวยงามอิทธิพลศิลปะยุคยุคนีโอคลาสสิคและโรมัน

คฤหาสน์พระพิทักษ์ชินประชา
       “อาคารตึกแถว” ที่มีลักษณะพิเศษคือมีช่องทางเดินสาธารณะด้านหน้า หรือ“อาเขต”(Arcade)หรือ“หง่อกากี่”(ภาษาจีน) เชื่อมยาวตลอดถึงกันใช้หลบฝนบังแดดได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ลวดลายปูนปั้นประดับนั้นก็ถือเป็นเอกอุเพราะผสมทั้งศิลปะ จีน ยุโรป อินเดีย และไทย เข้าๆไว้ด้วยกัน นับเป็นเอกลักษณ์อันทรงคุณค่ายิ่ง
       
       “คฤหาสน์” หรือ “อังมอเหลา” (ภาษาจีน แปลว่าตึกแบบฝรั่ง)ที่ส่วนใหญ่เป็นเรือนปูน 2 ชั้น รูปทรงสมส่วน หลังคามุงกระเบื้องแบบดั้งเดิม มีลวดลายปูนปั้นประดับตกอย่างสวยงาม

ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ กับตึกสวย ณ มุมถนน
       เที่ยวเรทโทร ตามทางชิโน-โปรตุกีส
       
       สำหรับกิจกรรมชมเมืองเก่าภูเก็ตที่น่าสนใจยิ่งในสายตาของ“ตะลอน เที่ยว” ก็คือการเดินทอดน่องสัมผัส ชื่นชมในความงาม เพราะถึงแม้เมืองเก่าจะมีระยะทางรวมทั้งหมด 4.6 กม.(เชื่อมโยงถึงกัน) แต่ถ้าใครไม่ต้องการเดินทั้งหมด สามารถเลือกเดินชมเป็นช่วงๆถนนได้ โดยช่วงเวลาที่เหมาะต่อการเดินเที่ยวชม คือช่วงเช้าและเย็นที่แดดไม่ร้อนเกิน
 
 
 
 
 
 


TuL,,baNgaloA...Z*
View full profile